TOP
Image Alt

Uzbekistan

Uzbekistan

/ per person
(0 Reviews)

ดาวน์โหลดโปรแกรมทัวร์     จองทัวร์ผ่านไลน์

ไฮไลท์ ดินแดนอารยธรรมอุซเบกิสถาน 5 วัน 4 คืน

           ตามรอยประวัติศาสตร์เส้นทางสายไหม ณ ดินแดนทะเลทรายแห่งเอเชียกลาง ที่มีอารยธรรมอันเก่าแก่ให้ได้ค้นหา เป็นประเทศที่ขึ้นชื่อลือเลื่องถึงวัฒนธรรมโบราณและ เป็นยังเป็นศูนย์รวมการค้าขาย อันยิ่งใหญ่มาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน   ด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนาน และมีคุณค่าทางวัฒนธรรมนี้   ทำให้ อุซเบกิสถาน” เต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวที่มีความงดงาม ยิ่งใหญ่ตระการตาอย่างมากด้วยสถาปัตยกรรม   และอายธรรมที่มีมากว่า 2,000 ปีก่อนจึงทำให้สถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งได้รับการขึ้นทะเบียนมกรดกโลกจาก UNESCO ด้วย
      กำหนดการเดินทาง                เดือนธันวาคม 2563
      เดินทางโดยสายการบิน           อุซเบกิสถานแอร์เวย์ (YH) 
      ราคาทัวร์

 

 

 

 

Tour Plan

1

Day 1 กรุงเทพฯ-ทาชเค้นท์-อนุสาวรีย์และจัตุรัสอาเมียร์-พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์แห่งราชวงศ์ติมูร์-จัตุรัสมุสตาคิลลิก-จัตุรัสฮัสตี อิหม่าม

0500 พร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ชั้น 4 ประตู 10 แถว W เคาน์เตอร์สายการบินอุซเบกิสสถาน พบเจ้าหน้าที่ไทแทน แทรเวิล คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวกในเรื่องสัมภาระในการเช็คอินน์
0810 ออกเดินทางสู่เมืองทาชเค้นท์ โดยสายการบินอุซเบกิสสถาน แอร์เวย์ เที่ยวบินที่ HY 532
1245 (เวลาท้องถิ่น ช้ากว่าประเทศไทย 2 ชั่วโมง) เดินทางถึงสนามบินทาชเค้นท์ เมืองทาชเค้นท์ นำท่านผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรแล้วเปลี่ยนยานพาหนะเป็นรถโค้ชปรับอากาศ เดินทางสู่ เมืองทาชเค้นท์ เมืองหลวงของประเทศ อุซเบกิสถาน (Uzbekiststan) หรือชื่อทางการว่า สาธารณรัฐอุซเบกิสถาน (Republic of Uzbekistan) เป็นเมืองในเอเชียกลางที่ถูกล้อมรอบด้วยประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล (Doubly Landlocked Country) มีพรมแดนติดประเทศอัฟกานิสถาน คาซัคสถาน คีร์กีซสถาน ทาจิกิสถาน และเติร์กเมนิสถาน ซึ่งพระเจ้าอเล็ดซานเดอร์มหาราชได้ยึดครองดินแดนของประเทศอุซเบกิสสถานเมื่อปี 367 ก่อนคริสตกาล ในภายหลังดินแดนนี้ได้ถูกผนวกเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิเปอร์เซียในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 6 ก่อนที่จะถูกยึดครองโดยจักรวรรดิมองโกลของเจงกีสข่าน เมื่อ ค.ศ. 1220 ในศตวรรษที่ 13 ขุนศึกชื่อ ติมูร์ (Timur;Tamerlane) ได้มีอำนาจเหนือมองโกลและตั้งอาณาจักรของตนเองขึ้นที่เมืองซามาร์คานด์ ซึ่งติมูร์ได้กลายมาเป็นสัญลักษณ์ในการสร้างอุซเบกิสถานในยุคปัจจุบัน จากนั้นนำท่านสู่เมืองใหม่ เพื่อชม อนุสาวรีย์และจัตุรัสอาเมียร์ ตีมูร์ (Amir Timur Monument and Square) เป็นบริเวณที่สวยงามเต็มไปด้วยร่มเงาของต้นไม้และล้อมรอบไปด้วยดอกไม้ที่มีสีสันสุดที่จะบรรยาย สถานที่แห่งนี้ ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้เป็นอนุสาวรีย์ของรัฐบุรุษของชาติที่เป็นผู้ก่อสร้างอาณาจักรแห่งนี้ขึ้นมา ในสมัยของจักรวรรดิตีมูริด นอกจากนั้นบริเวณนี้ยังถูกล้อมรอบไปด้วยตึกต่าง ๆ ซึ่งถูกสร้างสมัยต่าง ๆ ในระยะเวลา 300 ปี จากนั้นนำท่านชม พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์แห่งราชวงศ์ติมูร์ (The State Museum of Timurid History) เป็นพิพิธภัณฑ์แห่งราชวงศ์ Timurid พิพิธภัรฑ์แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเชิดชูเกียรติยศของวีรกษัตริย์ยอดนักรบ เอมีร์ ติมูร์ ผู้เป็นต้นกำเนิดราชวงศ์ที่ยิ่งใหญ่และเป็นส่วนหนึ่งในความภาคภูมิใจของชาวอุซเบกิสถานจนมาถึงปัจจุบัน จากนั้นนำท่านชม Independence Square หรือ จัตุรัสมุสตาคิลลิก (Mustakillik Square) จัตุรัสอันเป็นหัวใจของเมืองทาชเคนท์ เป็นสัญลักษณ์ของอิสรภาพ และความเป็นอุซเบกยุคใหม่ ซึ่งสะท้อนผ่านงานประติมากรรมมากมาย โดยเฉพาะอนุสาวรีย์แม่อุ้มลูก ที่เปรียบทารกได้กับประเทศอุซเบกิสถานที่เกิดใหม่ได้ไม่นาน และกำลังเติบโตต่อไป อีกไฮไลต์คือ Arch Ezgulik โครงซุ้มทรงโค้งประดับนกกระเรียนที่กำลังบินทะยาน เปรียบได้กับอุซเบกิสถานเวลานี้เช่นกัน จากนั้นนำท่านชม จัตุรัสฮัสตี อิหม่าม (Khasti Imam Square) จัตุรัสอันกว้างใหญ่ที่รวมไว้ด้วยสถานที่สำคัญทางศาสนาอิสลามเมื่อพันปีก่อน ได้แก่ สุสาน / มัสยิด Tilla Sheikh ที่ประดับด้วยทองคำงดงามวิจิตร / โรงเรียนสอนศาสนาอิสลาม อิหม่ามบุคอรี รวมถึงห้องสมุดที่เก็บรักษาคัมภีร์ กุรอ่านของกาลิบห์อูทห์มาน ที่เขียนด้วยลายมือ
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (1)
ที่พัก MIRAN INTERNATIONAL HOTEL หรือระดับเดียวกัน
2

Day 2 เมืองซามาร์คานด์-จัตุรัสเรจีสถาน-สุสาน กูร์ อะมีร์-หอดูดาวอูลุกเบก-มัสยิดบีบีคานิม-สุสานชาคี ซินดา

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม (2)
หลังอาหารนำท่านเดินทางสู่สถานีรถไฟ
0800 นำท่านเดินทางสู่เมืองซามาร์คานด์ ด้วยรถไฟควมเร็วสูง “Afrosiyob” 1008 ถึงเมืองซามาร์คานด์ เมืองโบราณเก่าแก่อายุกว่า 2500 ปี และเป็นเมืองใหญ่อันดับสองรองจากเมืองทาชเค้นท์ มีชื่อเรียกในอดีตว่ามาราคานดา (Marakanda)พระเจ้าอาเล็กซอนเดอร์มหาราชเคยนำกองทัพมายึดเมืองนี้ และได้แต่งงานกับสาวพื้นเมืองนามว่า โรแซนา (Roxana) หลังจากนั้นได้เปลี่ยนมือ ไปอยู่ภายใต้กองทัพเติร์ก อาหรับ มองโกล และอดีตกษัตริย์ได้เลือกเมืองซามาร์คานต์เป็นศูนย์กลางของจักรวรรดิติมูร์ จากนั้นนำท่านชม จัตุรัสเรจีสถาน (Registan Square) เป็นจัตุรัสกลางเมืองซามาร์คานด์ ที่มีชื่อเสียงและยิ่งใหญ่ งดงามไปด้วย ศิลปะอิสลามซึ่งถูกกล่าวขานว่ามีความงดงามที่สุดในเอเชียกลาง ตกแต่งด้วยกระเบื้องเคลือบสีฟ้าตัดขอบด้วยสี เหลืองรายล้อมไปด้วยโรงเรียนสอน ศาสนาถึง 3 แห่ง คือ อุลุกเบก (Ulug Beg) ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกสร้างขึ้นใน ค.ศ. 1417-1420 เชียดอร์ (Shir Dor) ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออก สร้างขึ้นใน ค.ศ. 1619 -1636 ผนังกำแพงมีลวดลายรูปทรงเรขาคณิต และซุ้มประตูมีรูปเสือลายพาดกลอน ที่แตกต่างไปจากสถาปัตยกรรมทั่ว ๆ ไปของศาสนาอิสลาม และทิยาคารี (Tilys Kari) จากนั้นนำท่านชม สุสาน กูร์ อะ มีร์ (Gur Amir Mausoleum) สถานที่ฝังศพของหลานชายสุดที่รัก ของข่านติมูร์ (Timur) นามว่า มูฮัมมัด สุลต่าน (Muhhamed Sultan) สร้างในปีค.ศ.1404 หลังจากนั้น 1 ปี ติมูร์ (Timur) เสียชีวิตลงโอรสของติมูร์จึงได้ย้ายสุสานของติมูร์มารวมกับหลานชายสุดรัก สุสานแห่งนี้จึงนับได้ว่า เป็นที่ฝังพระศพของวีรบุรุษแห่งอุซเบกิสถาน ณ เวลานั้นสถานที่แห่งนี้ถูกเรียกว่า (Burial-vault of Timurids) ซึ่งภายในมีโลงศพหินอ่อน 7 โลงที่ล้อมรอบโลงหินหยกเขียว ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของติมูร์ ส่วนโลงที่เป็นของจริงอยู่ในสุสานชั้นใต้ดิน
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (3)
บ่าย นำท่านชม หอดูดาวอูลุกเบก (Ulugbeg Observatory) สร้างโดยข่านอุลุกเบก (หลานของติมูร์) ในปีค.ศ. 1428-1429 เป็นอาคาร 3 ชั้นสูง 30 เมตร ด้านบนยอด คล้ายโดมพิพิธภัณฑ์แสดงเรื่องราวการสำรวจทางดาราศาสตร์ สิ่งประดิษฐ์เครื่องมือเครื่องใช้อุปกรณ์ดูดาวสะท้อนอัจฉริยภาพของข่านอุลุกเบก ที่ท่านได้คำนวณรอบปีคาดเคลื่อนไปเพียงเล็กน้อย อีกทั้งแผนที่โลกเองยังถูกวาดขึ้นครั้งแรกที่นี่ รวมถึงท่านยังเป็นผู้คิดค้นสูตรคณิตศาสตร์อีกด้วย จากนั้นนำท่านชม มัสยิดบีบี คานิม (Bibi -Khanum Mosque) สร้างโดยบัญชาของข่านทิเมอร์ ในปี ค.ศ. 1399-1404 ใช้เวลาก่อสร้าง 5 ปี โดยใช้ช่างฝีมือจากหลายประเทศ เพื่อให้ เป็นมัสยิดที่ใหญ่ที่สุดในโลกแสดงให้เห็นถึงอำนาจของโลกอิสลาม และการพิชิตดินแดนในอินเดียได้ ปัจจุบันได้รับการบูรณะที่แม้จะยังไม่สมบูรณ์แต่ก็รับรู้ได้ถึงความยิ่งใหญ่ในอดีต จากนั้นนำท่านชม สุสานชาคี ซินดา (Shakhi- Zinda Mausoleums) ตั้งอยู่บนเนิน เขาอัฟราซิยาบ Afrasiyab เป็นที่รวบรวมสุสานขนาดใหญ่เรียกได้ว่าเป็น Necropolis หรือป่าช้าของเมืองมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 11 ซึ่งเป็นความคิดของข่านทามาเลน ที่ต้อง การให้ชาคี ซินดา แห่งนี้เป็นศูนย์กลางของสุสานของบุคคลที่มีชื่อเสียง ทั้งยังเป็นที่แสวงบุญของชาวอิสลามเทียบเท่าได้กับนครเมกกะ ประกอบด้วยอาคารหลายยุคหลายสมัย ที่งดงามด้วยกระเบื้องเคลือบโบราณ
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (4)
ที่พัก DIYORA HOTEL หรือระดับเดียวกัน
3

Day 3 เมืองชาคริซาบซ์-พระราชวังอัคซาราย-มัสยิดค๊อกกุมบาซ-เมืองบุคคาร่า

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม (5)
หลังอาหาร นำท่านเดินทางสู่ เมืองชาคริซาบซ์ บ้านเกิดของข่านเอมีร์ติมูร์ ผู้สร้างอณาจักรติมูร์และทำให้ชื่อเสียงของซามาร์คานด์เป็นที่รู้จักและจารึกอยู่ในประวัติศาสตร์ นำท่าชม พระราชวังอัคซาราย (Ruin of Ak Saray Palace) พระราชวังฤดูร้อนของข่านติมูร์ มีความหมายว่า พระราชวังสีขาว โดยหวังให้มีความยิ่งใหญ่เช่นเดียวกับมัสยิดบิบีคานุม ใช้เวลาก่อสร้าง 25 ปีโดยช่างฝีมือทั้งจากโคเอเชียและอาร์เซอร์ไบจัน ที่มีความชำนาญในการทำกระเบื้องเคลือบ ปัจจุบันหลงเหลือเพียงส่วนประตูทางเข้าด้านหน้า สูง 65 เมตร ทอดสู่จัตุรัสหินอ่อนที่มีความกว้างประมาณ 100 เมตร รวมถึงอาคารส่วนอื่นๆ ที่ได้รับการบูรณะ แต่ยังสะท้อนถึงความยิ่งใหญ่ได้อย่างชัดเจน จากนั้น นำท่านชม มัสยิดค๊อกกุมบาซ (Kok Gumbaz Mosque) ชื่อมีความหมายว่า โดมสีฟ้า สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 15 โดยข่านอุลุกเบก เพื่อถวายแด่พระบิดา ชารุกข่าน โดดเด่นด้วยโดมสีฟ้าขนาดใหญ่ เปรียบได้กับท้องฟ้าที่ไร้หมู่เมฆ รวมทั้งมีสุสานของพระอาจารย์ของชารุกข่านในบริเวณใกล้เคียงกัน ปัจจุบัน มัสยิดค๊อกกุมบาซได้ชื่อเป็นมัสยิดวันศุกร์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในอุซเบกิสถาน
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (6)
บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองบุคคาร่า (Bukhara) ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ เป็นเมืองโอเอซิสท่ามกลางทะเลทราย เป็นจุดศูนย์กลางสำคัญทางการค้าบนเส้นทางสายแพรไหม เป็นจุดแวะพักของกองคาราวาน เป็นศูนย์กลางของศาสนาอิสลามในเอเชียกลาง เป็นเมืองมรดกโลกขององค์การยูเนสโก้ บูคาร่าเป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งที่ยังมีลมหายใจ ผู้คนที่นี่ยังมีวิถีชีวิตไม่แตกต่างจากเมื่อหลายร้อยปีก่อน บรรยากาศในเขตเมืองเก่า ให้ความรู้สึกย้อนยุคเหมือนท่ามกลางขบวนคาราวาน ทั้งสภาพบ้านเรือน ร้านค้า การแต่งกายของผู้คน ราวกับว่านาฬิกาได้หยุดเดินเมื่อห้าร้อยปีก่อน ณ นครแห่งนี้ (ระยะทางประมาณ 268 กม.)
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (7)
ที่พัก ASIA BUKHARA HOTEL หรือระดับเดียวกัน
4

Day 4 เมืองบุคคาร่า – หอคอยกัลยัน – สุเหร่ามาโกกิ อัตตาร์ – มิริอาหรับ-มาดราซ่าห์-ย่านเลียบิเฮ้าส์-สุสานซามานิดส์-บ่อน้ำชาสมา-อยุบ-สุเหร่าโบโลเฮาส์-ป้อมปราการอาร์ก-เมืองทาชเค้นท์

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม (8)
นําท่านชมความสวยงามของ เมืองบุคคาร่า (Bukhara) นครโบราณที่เป็นจุดศูนย์กลางสำคัญทางการค้าบนเส้นทางสายแพรไหม โดยเป็นจุดแวะพักของกองคาราวาน รวมถึงเป็นศูนย์กลางของศาสนาอิสลามในเอเชียกลาง ได้ชื่อว่าเป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งที่ยังมีลมหายใจที่ตั้งอยู่ที่นั่นมากกว่า 140 แห่ง ผู้คนยังมีวิถีชีวิตไม่แตกต่างจากเมื่อหลายร้อยปีก่อน โดยเฉพาะในเขตเมืองเก่า ยุคทองของบุคคาร่า คือช่วงศตวรรษที่ 10-12 ในยุคราชวงศ์ซามานิดแห่งเปอร์เซีย โดยบุคคาร่าได้รับการยกย่องเป็นเมืองมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก นำท่านชมสถานที่สำคัญ ได้แก่ Pan-Kalyan หมู่อาคารที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นผลงานชิ้นเอกของเอเชียกลางสร้างระหว่างศตวรรษที่ 12-16 ประกอบไปด้วยมัสยิด KAL YAN ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่มีความสูง 48 เมตร ARSLAN-KHAN MINERATE เป็นเอกลักษณ์ของบุคาร่าที่สามารถเห็นได้แต่ไกล นำท่านชม หอคอยกัลยัน (The Kalyan Minaret) สร้างขึ้นในปี 1127 โดยอาสลานข่าน แห่งราชวงศ์คารานิด หอแห่งนี้สามารถทำให้ผู้พบเห็นต้องตกตะลึงกับความโอ่อ่าและความงดงาม หอแห่งนี้ถูกออกแบบเพื่อใช้การเรียกประชุมชาวมุสลิม และเพื่อสวดมนต์ 5 ครั้งต่อวัน (การทำละหมาด) หอ Kalyan สร้างขึ้นถึง 2 ครั้งเพราะได้พังลงก่อนที่จะสร้างเสร็จในครั้งแรก เนื่องจากบริเวณที่ก่อสร้างมีพื้นดินนิ่มเพราะว่ามีการเพาะปลูกในเมืองนี้ หอกัลป์ยันได้มีการประดับด้วยไม้สีอิฐเป็นกระดานหมากรุก และลักษณะรูปร่างของหอในส่วนที่สูงที่สุดจะเป็นรูปทรงกลม ตอนที่มีสงครามหอแห่งนี้ได้ถูกใช้เป็นหอสังเกตการณ์แต่ปัจจุบันส่วนที่สูงที่สุดด้านซ้ายได้กลายเป็นรูปทรงกรวย จากนั้นนำท่านชม สุเหร่ามาโกกิ อัตตาร์ ตั้งอยู่กลางเขตเมืองเก่า เป็นสุเหร่าที่เก่าแก่ที่สุดในเอเชียกลาง ตั้งอยู่ต่ำกว่าพื้นถนนประมาณสามเมตร สร้างขึ้นในยุคที่อาหรับเข้ามาพิชิตดินแดนแถบนี้ จากนั้น นำท่านชม มิริอาหรับมาดราซ่าห์ อยู่ตรงข้ามกับสุเหร่ากัลยัน มิริอาหรับ แปลว่า เจ้าแห่งอาหรับ เคยใช้เป็นที่สอนศาสนา จากนั้น นำท่านชม ย่านเลียบิเฮ้าส์ ภาษาทาจิก หมายถึง “รอบหรือริมสระน้ำ”เป็นบริเวณจัตุรัสหรือพล่าซ่า สร้างขึ้นตั้งแต่ ค.ศ. 1620 สระน้ำขุดขึ้นตามบัญชาของมุขมนตรีเนดีร์ ดิวานเบกิ เป็นสระน้ำที่ใหญ่ที่สุดของบุคาร่า กว้าง 36 เมตร ยาว 45 เมตร มีต้นมัลเบรี่ใหญ่อายุหลายร้อยปีอยู่ตามมุมสระรายรอบ มีร้านอาหารรอบสระน้ำ
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (9)
บ่าย นําท่านชม สุสานซามานิดส์ (Samanids Mausoleum) เป็นสุสานโบราณนอกกำแพงเมืองชั้นในโดยอิสมาอิลซามานิผู้ตั้งราชวงศ์และจักรวรรดิซามานิ บัญชาให้สร้างขึ้นระหว่างปลายศตวรรษที่ 9 กับต้นศตวรรษที่ 10 เพื่อฝังศพบิดาและลูกหลานในราชวงศ์ นับเป็นราชสถานฝังศพที่เก่าแก่ที่สุดในเอเชียกลาง สร้างด้วยอาคารก่ออิฐเป็นทรงลูกบาศก์ มีโค้งทวารทั้งสี่ด้าน ส่วนหลังคาก่ออิฐเป็นรูปครึ่งวงกลมและสร้างลวดลายในตัวเองด้วยการก่อเรียงอิฐ ได้รับการยกย่องเป็นงานสถาปัตยกรรมชิ้นเอกของโลก เพราะเป็นงานศิลปะในยุคอาณาจักรซ็อกเดียน ที่เก่าแก่ยิ่งกว่าสถาปัตยกรรมอิสลาม จากนั้นนำท่านชม บ่อน้ำชาสมา-อยุบ ซึ่งเชื่อว่าเกิดจากนักบุญชื่ออยุบที่เคยเดินทางมา ณ ที่นี้ แล้วใช้ไม้เท้าเนรมิตบ่อน้ำเป็นน้ำรักษาโรค จากนั้นนำท่านชม สุเหร่าโบโลเฮาส์ (Bolo-Hauz Complex) เป็นอีกสถานที่ ซึ่งเต็มไปด้วยความงดงามทางสถาปัตยกรรมแห่ง บุคคาร่า สร้างด้วยไม้ทั้งหลัง โดดเด่นด้วยเสาไม้สูง 20 ต้น รวมถึงส่วนคานและหลังคาที่สลักเสลาลวดลายเป็นเครือเถาอย่างงดงาม เป็นอาคารเดียวบนจัตุรัสเรจิสถานที่หลงเหลืออยู่ สร้างขึ้นช่วง ค.ศ. 1712-1713 ใช้เป็นมัสยิด สำหรับเจ้าผู้ครองนคร บริเวณ ด้านหน้าเป็นสระน้ำ บ้างเรียกว่า มัสยิด 40 เสา เนื่องจากเงาที่สะท้อนเสา 20 ต้นลงในน้ำ จากนั้นนำท่านชม ป้อมปราการอาร์ก (Ark Citadel) เป็นสิ่งก่อสร้างที่เก่าแก่ที่สุดในบุคคาร่า เริ่มจากศตวรรษที่ 5-20 รูปทรงของป้อมปราการที่เห็นในวันนี้เป็นการก่อสร้างต่อเติมขึ้นใหม่ระหว่างปี 1747-1920 เป็นสัญลักษณ์สำคัญแสดงความเป็นรัฐและอำนาจของบุคคารา ภายในกำแพงอิฐสูงหนาทึบนี้ มีทั้งพระราชวังของผู้ครองนคร อาคารที่ทำการรัฐบาล บ้านพักขององคมนตรี ท้องพระโรง คุกขัง นักโทษ บริเวณลานด้านหน้า คือจัตุรัสเรจิสถาน เคยใช้เป็นลานประหารชีวิต ปัจจุบัน ป้อมปราการอาร์กเป็นพิพิธภันฑ์ แสดงประวัติศาสตร์ของป้อมและเก็บรักษาวัตถุโบราณ อีกทั้งหากขึ้นไปด้านบนของป้อม ยังสามารถชมทิวทัศน์ของเมืองบุคคาราได้อย่างชัดเจนและสวยงาม
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (10)
หลังอาหารสมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่สนามบินบุคาร่า
2250 ออกเดินทางสู่สนามบินทาชเค้นท์ โดยสายการบินอุซเบกิสถาน แอร์เวย์ เที่ยวบินที่ HY 204
2350 เดินทางถึงสนามบินทาชเค้นท์ เมืองทาชเค้นท์ จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ที่พัก
ที่พัก MIRAN INTERNATIONAL HOTEL หรือระดับเดียวกัน
5

Day 5 เมืองทาชเค้นท์–กรุงเทพมหานคร

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม (11)
หลังอาหารสมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่สนามบินทาชเค้นท์
0920 ออกเดินทางสู่สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสายการบินอุซเบกิสถาน แอร์เวย์ เที่ยวบินที่ HY 533
1720 เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพมหานคร โดยสวัสดิภาพ


 สิ่งที่ควรนำไปด้วย เสื้อกันหนาว, ยาสำหรับท่านที่มีโรคประจำตัว, รองเท้าสวมสบาย, กล้องถ่ายรูป
T I T A N T R A V E L
นอบน้อม ถ่อมตน ซื่อสัตย์ จริงใจ
You don't have permission to register