ไทแทน แทรเวิลนำท่านสู่ อินเดีย และ เนปาล สักการะสังเวชนียสถานทางพุทธศาสนา หนึ่งในสิ่งที่ชาวพุทธควรทำและเป็นสถานทางพุทธประวัติที่ชาวพุทธต้องไปเยือนสักครั้งเพื่อความเป็นสิริมงคลและเป็นบุญกุศลแก่ผู้ที่ได้ไป

โดย สายการบินไทย (TG)

 

กำหนดการเดินทาง

26 พฤศจิกายน - 2 ธันวาคม 2559 

 

วันแรกของการเดินทาง

26 พฤศจิกายน 59 กรุงเทพฯ – คยา

0900

พร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ขาออก ชั้น 4 ประตู 3 เคาน์เตอร์ D สายการบินไทย พบเจ้าหน้าที่ไทแทน แทรเวิล คอยอำนวยความสะดวกเรื่องกระเป๋าสัมภาระและเช็คอินน์
1210 ออกเดินทางโดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 327 

1400

 

 

 

(เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทยชั่วโมงครึ่ง) ถึงสนามบินนานาชาติเมืองคยา นำท่านเดินทางสู่ตำบลพุทธคยา พุทธสถานสำคัญในอำเภอคยา รัฐพิหาร ประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นพุทธสถานที่มีความสำคัญที่สุด 1 ใน 4 แห่ง ของชาวพุทธ เนื่องจากเป็นที่ตั้งสถานที่ตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พุทธสังเวชนียสถานที่มีความสำคัญที่สุดของชาวพุทธทั่วโลกกราบสักการะ พระพุทธเมตตา ในวิหารมหาเจดีย์พุทธคยา พระพุทธปฏิมากรปางมารวิชัยที่สร้างด้วยหินแกรนิตสีดำในสมัยปาละอายุกว่า 1400 ปี สักการะมหาเจดีย์พุทธคยาที่ บูรณะในสมัยพระเจ้าอโศก บริเวณนี้เป็นแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของโลกหรือเป็นสะดือของโลกสถานที่ ตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า ชมสัตตมหาสถาน 7 แห่งคือ โพธิบัลลังก์  อนิมิสเจดีย์ รัตนจงกรมเจดีย์ รัตนฆรเจดีย์ ต้นอชปาลนิโครธ ต้นมุจลินทร์ ต้นราชาตยนะ นำท่านประทักษิณสักการะต้นพระศรีมหาโพธิ์ 3 รอบ สวดมนต์ นั่งสมาธิถวายเป็นพุทธบูชา  นำคณะถวายผ้าป่า ณ วัดไทยพุทธคยา วัดไทยแห่งแรกในแดนพุทธภูมิ  
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารโรงแรม (1) 
  ที่พัก   BODH GAYA REGENCY HOTEL หรือระดับเดียวกัน

วันที่สองของการเดินทาง

 

27 พฤศจิกายน 59 เมืองพุทธคยา – บ้านนางสุชาดา – เมืองนาลันทา – หลวงพ่อองค์ดำ

เมืองราชคฤห์ – เมืองพุทธคยา

เช้า

 

 

 

 

 

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม (2)

หลังอาหาร นำท่านชมบ้านนางสุชาดาหรือสุชาฏากุฏี  ธิดากฎุมพีแห่งตำบลอุรุเวลาเสนานิคมผู้ถวายข้าวมธุปายาสอันประณีตแด่มหาบุรุษก่อนการตรัสรู้ ชมวิวทิวทัศน์ริมฝั่ง แม่น้ำเนรัญชราบริเวณท่าสุปปติฏฐะ สถานที่พระมหาบุรุษได้อธิษฐานลอยถาดทองริมฝั่งแม่น้ำ จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่ เมืองนาลันทา (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง) นำท่านชม มหาวิทยาลัยนาลันทา มหาวิทยาลัยที่ใหญ่ที่สุดในโลก เดิมเป็นสวนมะม่างของทุสสปาวริกเศรษฐีได้อุทิศถวายแก่พระพุทธเจ้าในยุคหลัง ที่กษัตริย์อินเดียราชวงศ์คุปตะทรงเข้ารับอุปถัมภ์ ชมสถูปปรินิพพานของพระสารีบุตร นำท่านสักการะหลวงพ่อองค์ดำที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งเมืองนาลันทา นำท่านเดินทางสู่เมืองราชคฤห์ (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที) มหานครมหาแห่งแคว้นมคธ จัดว่าเป็นนครใหญ่ 1 ใน 6 นครของอินเดียโบราณ ในหนังสือรามเกียรติ์เรียกเมืองนี้ว่าวสุมาตี

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารโรงแรม (3) เมืองราชคฤห์

บ่าย

 

 

 

 

นำท่านชมเขาคิชกูฏ (ใช้เวลาเดินขึ้นประมาณ 30 นาที) หนึ่งในเบญจคีรี ชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม ชม มูลคันธกุฏี สถานที่สำคัญสุดที่ชาวพุทธเมื่อขึ้นเขาคิชกูฏต้องกำหนดไว้คือการไหว้พระสวด มนต์ ทำสมาธิ ณ มูลคันธกุฏี สถานที่ที่เป็นที่ประทับของพระพุทธเจ้า ชม ถ้ำสุกรขาตา สถานที่ที่พระสารีบุตรสำเร็จเป็นพระอรหันต์ นมัสการ ถ้ำพระโมคคัลลานะ กุฏีของพระอานนท์ นำท่านชม วัดชีวกัมพวันหรือวัดสวนมะม่วงโรงพยาบาลสงฆ์แห่งแรกของโลกและชมเรือนคุมขังพระเจ้าพิมพิสาร จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ วัดเวฬุวนารามมหาสังฆยิกาวาส วัดแห่งแรกในพระพุทธศาสนาเดิมเป็นสวนไม้ไผ่ของพระเจ้าพิมพิสาร พระองค์ถวายเป็นอารามแด่พระพุทธเจ้าและเป็นสถานที่แสดงโอวาทปาฏิโมกข์แก่พระ อริยสงฆ์ 1250 องค์ มีสถูปที่บรรจุพระอัฐิธาตุของพระโมคคัลลานะและพระอัญญาโกญฑัญญะ พระพุทธองค์ทรงประทับอยู่นานในพรรษาที่ 2 – 4 สมควรแก่เวลานำท่านกลับสู่เมืองคยา
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารโรงแรม (4) 
  ที่พัก BODH GAYA REGENCY HOTEL หรือระดับเดียวกัน 

วันที่สามของการเดินทาง

28 พฤศจิกายน 59 เมืองพุทธคยา – เมืองไวสาลี – เมืองกุสินารา 

เช้า

 

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม (5)
หลังอาหาร นำท่านเดินทางสู่เมืองไวสาลี (ใช้ เวลาเดินทางประมาณ 4 - 5 ชั่วโมง) เมืองหลวงของอาณาจักรวัชชี หนึ่งใน 16 แคว้นของชมพูทวีปในสมัยพุทธกาลเคยเป็นศูนย์กลางการเผยแผ่พระพุทธ ศาสนาที่สำคัญ พระพุทธองค์เสด็จเยี่ยมที่ไวสาลีครั้งแรกในพรรษาที่ 5
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารโรงแรม (6)

บ่าย

 

 

 

 

 

นำท่านชมกูฏาคารศาลาวัดป่ามหาวัน อารามที่กษัตริย์ลิจฉวีสร้างถวายพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตั้งอยู่ในป่ามหาวันทางเหนือของอาณาจักรวัชชีในป่าหิมาลัยและพระพุทธองค์ทรง ประทับอยู่ในพรรษาที่ 5 ชมเสาอโศกที่มีรูปสิงห์อยู่ในลักษณะนั่งหันหน้าไปทางทิศตะวันออกที่สมบูรณ์ ที่สุด ปัจจุบันเหลือเพียงซากโบราณสถานที่ประกอบไปด้วยสังฆาราม ห้องพัก ห้องประชุม ชมปาวาลเจดีย์ สถานที่พระยามารได้เข้ามากราบทูลขอให้พระองค์เสด็จปรินิพพานสถานที่พระพุทธองค์ทรงปลงอายุสังขาร พุทธวาจาในวันปลงอายุสังขาร “สังขารทั้งหลายมีความเสื่อมเป็นธรรมดา ขอท่านทั้งหลายจงยังความไม่ประมาทให้ถึงพร้อมเถิด ชนเหล่าใดทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่ ทั้งพาล ทั้งบัณฑิต ทั้งมั่งมี ทั้งขัดสน ล้วนมีความตายเป็นเบื้องหน้า”สมควรแก่เวลานำท่านออกเดินทางสู่เมืองกุสินารา (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง) นครแห่งมหาปรินิพพาน เคยเป็นเมืองหลวงของแคว้นมัลละ 1 ในอาณาจักรแห่งมหาชนบท 16 แคว้นของอินเดียส่วนเหนือ เป็นสถานที่ปรินิพพาน สถานที่ถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระ สถานที่แจกพระบรมสารีริกธาตุ เป็นฐานแห่งแสงสว่างทางศรัทธาและปัญญาที่มั่นคง
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารโรงแรม (7)
  ที่พัก LOTUS NIKKO HOTEL หรือระดับเดียวกัน

วันที่สี่ของการเดินทาง

 

29 พฤศจิกายน 59 เมืองกุสินารา – มหาปรินิพพานสถูป –
พุทธวิหารปรินิพพาน มกุฎพันธเจดีย์ – เมืองลุมพินี

เช้า

 

 

 

 

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม (8)
หลังอาหาร นำท่านกราบสักการะสังเวชนียสถานแห่งสุดท้ายที่มหาปรินิพพานสถูป สถานที่พระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธ์ปรินิพพานภายใต้ต้นสาละคู่ เป็นพุทธสถานที่พระพุทธเจ้าประทานการบวชให้สาวกองค์สุดท้าย เป็นที่ตรัสเทศนาปัจฉิมโอวาทสุดยอดแห่งพระธรรมคำสอนคือความไม่ประมาท ชมพระสถูปปรินิพพาน นำท่านชม พุทธวิหารปรินิพพานซึ่งภายในพระวิหารเป็นปฏิมากรรมพระพุทธปางปรินิพพานเป็นสัญลักษณ์ของพระ พุทธองค์ที่กำลังเสด็จดับขันธปรินิพพานโดยมีนางมัลลิกา พระอนุรุทธ พระอานนท์อยู่ในภาวะโศรกเศร้า ชมสถูปพระอานนท์ที่สร้างขึ้นบริเวณที่สันนิษฐานว่าพระอานนท์ยืนร้องไห้ ชม พราหมณ์เจดีย์ ซึ่งเป็นสถานที่แจกพระบรมสารีริกธาตุ และกราบสักการะ มกุฏพันธเจดีย์ สถานที่ถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระ นำคณะถวายผ้าป่า ณ วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารโรงแรม (9) เมืองกุสินารา

บ่าย

 

นำท่านออกเดินทางสู่ ลุมพินีวัน(ใช้ เวลาเดินทางประมาณ 4 – 5 ชั่วโมง) ในเขตประเทศเนปาล ผ่านเมืองโครักข์ปูร์และผ่านเมืองชายแดนโสเนาวลีของอินเดียเข้าสู่เมือง สิทธารัตถะของเนปาลสถานที่ตั้งอยู่กึ่งกลางระหว่างกรุงกบิลพัสดุ์กับกรุงเทวทหะ ถึงพรมแดนอินเดีย-เนปาล ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเดินทางเข้าสู่เมืองสิทธารัตถะ
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารโรงแรม (10)
  ที่พัก NEW CRYSTAL HOTEL หรือระดับเดียวกัน 

วันที่ห้าของการเดินทาง

30 พฤศจิกายน 59 เมืองลุมพินี – มหาสังฆรามอนุสรณ์ลุมพินี วัดไทย ลุมพินี  – เมืองสาวัตถี

เช้า

 

 

 

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม (10)
หลังอาหาร นำท่านชม มหาสังฆารามอนุสรณ์ สถานที่ประสูติของพระพุทธองค์ นำท่านสวดมนต์ นั่งสมาธิ ที่สวนลุมพินี ชมมายาเทวีวิหาร ภายในมีรูปพระนางสิริมหามายาเทวีแกะ สลักด้วยหินเป็นรูปพระพุทธมารดายืนประทับเหนี่ยวกิ่งสาละอยู่พร้อมกับพระสนม และข้างหน้าเป็นรูปเจ้าฟ้าชายสิทธัตถะกุมารกำลังก้าวพระบาทไปบนดอกบัว ชม สระสรงสนานธารโบกขรณี ชมเสาศิลาจารึกที่พระเจ้าอโศกมหาราชปัก ไว้ตรงที่ประสูติของพระสิทธัตถราชกุมาร โดยมีอักษรพรหมีจารึกไว้ ชมวัตถุสถานเสนาสนะสงฆ์และเจดีย์ สถานที่ผู้เลื่อมใสศรัทธาได้สร้างไว้ เป็นพุทธบูชาตลอดมาไม่ขาดสายตั้งแต่โบราณกาล

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารโรงแรม (11) เมืองลุมพินี

บ่าย

 

 

นำท่านเดินทางสู่ เมืองสาวัตถี (ใช้ เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมง) ในสมัยพุทธกาล เป็นเมืองหลวงของแคว้นโกศล 1 ใน 16 แคว้น เป็นเมืองที่ใหญ่พอกับเมืองราชคฤห์และพาราณสี เป็นเมืองศูนย์กลางการค้าขายและเป็นเมืองที่พระพุทธเจ้าประทับนานที่สุดถึง 25 พรรษา รวมทั้งเป็นเมืองที่พระพุทธศาสนามั่นคงที่สุด ปัจจุบันเมืองนี้เหลือเพียงซากโบราณสถาน ชมวิถีชีวิตชนบทของประเทศอินเดียระหว่างเดินทาง
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารโรงแรม (12)
  ที่พัก PAWAN PALACE HOTEL หรือระดับเดียวกัน

วันที่หกของการเดินทาง

1 ธันวาคม 59 เมืองสาวัตถี – วัดเชตะวัน กุฏิพระพุทธเจ้า – พระ โมคคัลลา พระสิวลี - เมืองพาราณสี

เช้า

 

 

 

 

 

 

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม (13)
หลังอาหาร นำท่านชมเชตวันวิหารเป็น วัดที่ใหญ่ที่สุดและเป็นวัดที่พระพุทธเจ้ารวมทั้งพระอรหันต์ได้จำพรรษาอยู่ นานที่สุดถึง 19 พรรษา สร้างโดยอนาถบิณฑิกมหาเศรษฐีเป็นชาวเมืองสาวัตถีไปค้าขายที่เมืองราชคฤห์ได้ พบพระบรมศาสดาที่สีตะวันเกิดความเลื่อมใสศรัทธาในพุทธธรรม เมื่อกลับมาจึงไปขอซื้อป่าไม้ของเจ้าเชตเพื่อสร้างอารามถวาย กล่าวกันว่าต้องขนเงินมาปูพื้นที่ให้เต็มสวนจึงจะซื้อที่ดินมาสร้างวัดถวาย แด่พระพุทธเจ้าได้เพราะในสมัยนั้นดินแดนทุกแห่งเป็นของผู้ที่นับถือศาสนา พราหมณ์ นำท่านกราบสักการะต้นโพธิ์พระอานนท์ซึ่งถือว่าอายุกว่า 2500 ปีซึ่งเป็นอายุยาวนานที่สุดในโลกร่วมกับต้นโพธิ์ที่เมืองอนุราธปุระประเทศศรีลังกา สักการะ มูลคันธกุฏีของพระพุทธเจ้า กุฎิพระโมคคัลลา กุฎิพระสารีบุตร กุฎิพระสิวลี กุฎิพระอานนท์ และสถูปที่บรรจุสารีริกธาตุของพระอรหันต์ ชมบ่อน้ำที่พระพุทธเจ้าใช้เป็นที่สรงน้ำตลอดระยะเวลาที่จำพรรษาอยู่ ชมบ้านอนาถบิณฑิกเศรษฐี เศรษฐีองคมนตรีที่ปรึกษาเศรษฐกิจของพระเจ้าปเสนทิโกศล ชมบ้านปุโรหิตบิดาขององคุลีมา, เนินดินที่พระพุทธเจ้าแสดงยมกปาฏิหาริย์ นำคณะถวายผ้าป่า ณ วัดไทยเชตวันมหาวิหาร นครสาวัตถี
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารโรงแรม (14) เมืองสาวัตถี

บ่าย

 

 

ออกเดินทางสู่ เมืองพาราณสี หรือ วาราณสี (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 7 – 8 ชั่วโมง) ดินแดนแห่งการ
แสวงบุญชำระบาปของชาวฮินดู มรดกโลกที่มีชีวิตสี่พันปีของอินเดียและเป็นเมืองหลวงแคว้นกาสี มีแม่น้ำคงคาอันศักดิ์สิทธิ์ไหลผ่าน มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 4,000 ปี จัดเป็นเมืองสุทธาวาสที่สถิตแห่งศิวเทพและถือว่าเป็นเมืองอมตะของอินเดีย เป็นที่แสวงบุญทั้งของชาวฮินดูและชาวพุทธทั่วโลก
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารโรงแรม (15)
  ที่พัก RADISSON HOTEL หรือระดับเดียวกัน

วันที่เจ็ดของการเดินทาง

2  ธันวาคม 59 เมืองพาราณสี – ล่องแม่น้ำคงคา – เมืองสารนาท – ป่าอิลปตนมฤคทายวัน– กรุงเทพฯ 

0400

 

นำท่าน ล่องเรือในแม่น้ำคงคา ซึ่งชาวฮินดูเชื่อถือว่าเป็นแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ไหลมาจากมวยผมขององค์พระ ศิวะ (แม่น้ำนี้ไหลมาจากที่ราบสูงทิเบตเทือกเขาหิมาลัย ประเทศจีนและเนปาล) ให้ทุกท่านได้ลอยกระทงแม่น้ำคงคา ชมพิธีบูชาพระอาทิตย์พิธีกรรมริมฝั่งแม่น้ำคงคาอันศักดิ์สิทธิ์ (พิธีเผาศพริมแม่น้ำคงคาของศาสนาฮินดู)

0700

 

 

 

 

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม (16)

หลังอาหาร นำท่านเดินทางสู่ เมืองสารนาท นำคณะถวายผ้าป่า ณ วัดไทยสารนาถ ชม สถูปเจาคันธี ซึ่งสร้างเป็นอนุสรณ์ที่ปัญจวัคคีย์ได้พบกับพระพุทธเจ้าเป็นครั้งแรก ชม ธรรมราชิกสถูป เป็นสถูปที่เคยเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุมาก่อน ชม มูลคันธกุฏี สถานที่พระพุทธเจ้าประทับจำพรรษาแรกและพรรษาที่12 ชม ยสเจดีย์ สถานที่ซึ่งพระพุทธองค์ทรงแสดงธรรมให้กับยสกุลบุตร นำท่านสวดมนต์ นั่งสมาธิ ที่ ธัมเมกขสถูป ป่าอิสิปตนมฤคทายวันสถานที่แสดงปฐมเทศนา ธรรมจักกัปปวัตนสูตรโปรดเบญจวัคคีย์ทั้งห้า ชมพิพิธภัณฑ์สารนาถ จัดแสดงและรักษาโบราณวัตถุที่ขุดค้นได้ในบริเวณสารนาถเช่นพระพุทธรูป พระโพธิสัตว์ เทวรูป เครื่องใช้สอยในยุคนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งปฏิมากรรมที่เป็นเลิศคือพระพุทธรูปปางปฐมเทศนาที่งดงาม ยิ่งนัก สิงห์อันเป็นตราราชการแผ่นดินของอินเดีย

เที่ยง

 

 

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารโรงแรม (17) เมืองพาราณสี


สมควรแก่เวลา นำท่านเดินทางเข้าสู่สนามบินเมืองพาราณสี

1630 ออกเดินทางโดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG328 
2115 ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ติดต่อเรา

บริษัท ไทแทน อินเตอร์เทรด จำกัด

45/46 ซอย พัฒนาการ 57 ถนนพัฒนาการ แขวงประเวศ เขตประเวศ กรุงเทพฯ 10250

Tel: 0-2722-0206-0
Fax: 0-2722-4100
Mobile: 085-110-3335
Email : titan_travel@hotmail.com

Social